2006/Apr/08

บทวิเคราะห์อาการหลับไม่ตื่น

กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจาก หายหน้า หายตา หายหัว หายตัว หาย ศีรษะ หายจากสารระบบ กันไปนาน หายไร้ร่องรอยเหมือนหุ้นทักษิณ แต่ความรักที่มีต่อเธอยังไม่หายไปไหน เช่นเดียวกับความหล่อของพี่ที่ถึงไม่เห็นตัวก็ยังรู้สึกได้ เอาล่ะครับสำหรับผู้ที่คลื่นไส้ อนุญาตให้ไปหากระโถนได้สิบนาที
เนื่องด้วยพวกเราโดนส่งไปเรียนเสริมภาษาอังกฤษ ปิดเทอมกันอยู่ที่มหิดล เช้ายันเย็น จันทร์ยันศุกร์ กันทั้งคู่ ช่างหน้าเศร้านัก ใครเรียนอยู่อาจหาพวกเราไม่เจอเพราะพวกเราอยู่ คอร์ดขั้นพื้นฐาน อับอายขายขี้หน้าจริงๆส่งอัจฉริยะอย่างเราไปเรียนกับรุ่นน้อง แค่อังกฤษได้ F เท่านั้นเองทำกันได้ลงคอ โหดร้ายอำมหิตผิดมนุษย์ ฮือๆ แต่ความหน้าเศร้ายิ่งกว่า ดันเรียนสู้น้อง ม.5 ไม่ได้ โอ้ อับอายขายขี้หน้าสิ้นดี ดีหมู ดีหมา ดีหมี ดีงู
เอาล่ะเนื่องด้วยการที่ต้องตื่นแต่เช้าขนาด นกเริ่มขัน ไก่เริ่มบิน ผีเสื้อออกจากรัง แมวตื่น หมากลับบ้าน เช่นนี้ทุกวันจึงอยากนำการวิจัยเกี่ยวกับวิธีการตื่น มาเสนอให้ทุกท่านได้แบ่งปันกันไปลองใช้ถึงแม้มันจะเป็นช่วงปิดเทอมอยู่ก็ตาม ดังคำกล่าวที่ว่า รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม น้ำขึ้นให้รีบตัก มีหุ้นให้รีบซ่อน อยากดังให้ก่อม๊อบ และอีกสารพัดสารเพ (รู้สึกมั้ยว่าครั้งนี้ อัตราส่วนของ น้ำ ต่อ เนื้อ เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง)
จากการวิจัยอย่างล้ำลึก จากมหาลัยธรรมศาสตร์ คณะถาปัต (คณะสันหลังยาววันๆไม่ทำอะไรนอนอย่างเดียว)(อย่าต่อยเรานะ สำนวนมันพาไป)(ไม่พอใจอะไรไปคุยกับพี่วิคเตอร์) จากการวิจัยอย่างแน่วแน่เพื่อมวลมนุษย์ชาติ เพื่อโลกนี้ เพื่อคุณ เพื่อเธอ เพื่อสามเรา และเพื่อการตื่นไปเรียน ได้แบ่งอาการไม่ยอมตื่นออกเป็น 5 ขั้น ตามอาการของโรคซึ่งเชื่อว่าสามารถครอบคลุมอาการทั้งหมดได้ครบถ้วน ไม่มีเคสอาการใดตกหล่น


1. จิตไม่เข้าร่าง : ภาวะอาการของขั้นนี้จะเกิดจากภูมิต้านทานเสียงนาฬิกาปลุกมีอาการผิดปรกติขึ้น ทำให้เสียงนาฬิกาปลุกคู่ชีพที่ใช้งานมานับปี เสียงยังดีไม่มีแหบแห้งไม่สามารถ กระตุ้นต่อมสติ และ ติ่งรู้สึกตัวได้ อาการผู้ป่วยขั้นนี้จะสังเกตได้จาก การที่ตั้งนาฬิกาปลุกพร้อมความรู้สึกรับผิดชอบเต็มที่ในการตื่นมาให้ทันธุระ แต่พอถึงเวลาปลุก จะได้เห็นนาฬิกา ทำงานอย่างซื่อสัตย์ พร้อมส่งเสียงครางอย่างน่าสงสาร น่าเวทนา ไม่มีหมาซักตัวลุกขึ้นมากดปุ่มปลดปล่อยมันจากความทรมานของคำสาบที่ผูกมัด จากหน้าที่อันหน้าเวทนาที่มันต้องทำทุกเช้า และยังคงร้องครางต่อไปจนเพื่อนข้างห้องลุกตื่นขึ้นมาโวยวายด้วยความสงสารเจ้านาฬิกาปลุกตัวน้อย แต่เจ้าคนชั่วที่ลงคำสาปไว้ก็ยังคงไม่ยีระและยังนอนต่อไป ก่อนที่มันจะเริ่มหมดแรงเสียงแหบแห้ง หมดสติไปอย่างทารุณ ส่วนคนชั่วช้านั้นเพิ่งเริ่มตื่นตอนเที่ยงพร้อมทั้งโวยวายด่า ทำร้ายร่างกาย โทษความผิดทุกอย่างให้เจ้านาฬิกาปลุกน้อย ที่พยายามทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ โอ้ว น่าสงสารน้ำตาไหลพรากๆ
ซึ่งจากอาการณ์ในขั้นนี้เป็นขั้นพื้นฐานซึ่งสามารถพัฒนาเป็นขั้นอื่นๆได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับขั้น เป็นพฤติกรรมของการไม่ยอมตามธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย ไร้หลักการและหลักเกณฑ์ เว้ย! เจ้า เวร เอ็งจะหาคุกทำแป๊ะอะไรฟระ เข้าเรื่องๆ เข้าเรื่องก็ได้นิดๆหน่อยๆเองทำซีเรียด


2. ผีเข้า : โดยภาวะอาการณ์ แล้วจะเป็นขั้นพัฒนาของขั้นไม่ยอมตื่นหลังจากจิตเข้าร่าง จะเกิดระบบซ้อนขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เพื่อกำจัดสิ่งที่ดึงจิตเข้าร่าง โดยจิตจะยังถูกปิดกั้นให้ไม่สามารถเข้าควบคุมร่างได้ในทันที จากการวิเคราะห์ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์คาดว่าน่าจะเกิดจากวิญญาณเร่ร่อนใช้จังหวะจิตไม่อยู่ในร่างพยายามยึดร่างไว้แต่จิตดันกลับมาก่อน จึงต้องหาทางให้จิตถูกกีดกันต่อไปโดยการทำลายสิ่งกระตุ้น ให้ทำบุญกรวดน้ำสิบวัด ดื่มน้ำมนต์ 99 วัด สร้างพระประธาน เฮ้ย! วิทยาศาสตร์โว้ย สำหรับกรณีนี้เรามีเคสตัวอย่างที่น่าศึกษา ซึ่งคนไข้ผู้นั้นคือ P แห่ง 609studio (เผาเพื่อนอีกแล้ว) นายแพทย์ผู้บันทึกอาการ คือนายแพทย์วิกเตอร์ วันนึงกลางหน้าร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าว แต่จากการเปิดแอร์แบบไม่ช่วยชาติทำให้บรรยากาศในห้องเย็นสบาย ณ เวลาเก้าโมงเกือบๆครึ่งซึ่งเป็นเวลาเรียนคาบเช้าของวัน นายแพทย์ วิคเตอร์หลังจากได้ตื่นอาบน้ำแต่งตัวแปรงฟันแต่คนไข้ของเรายังคงหลับใหลไม่ได้สติ หลังจากการพยายามเรียกอยู่พักนึง เจ้าตัวก็ลุกขึ้นมานั่งพร้อมมองไปรอบๆ เหมือนคนโดนผีเข้า ทันทีที่สบตากัน คนไข้ก็เริ่มพูดจางึมงำด้วยภาษาที่เข้าใจยาก แต่ด้วยความอัจฉริยะนายแพทย์พอจะสามารถจับใจความได้ว่า บิดามารดา และ ต้นตระกูลตน คงกำลังนั่งไม่ติดที่แน่ๆ ทางคนไข้หลังจากร่ายภาษาที่อาจจะเป็นบาลี ผสมโปรตุเกตไปได้ซักพักก็ล้มตัวลงนอนอย่างไม่สนใจต่อสิ่งใดๆ นายแพทย์เราจึงต้องปล่อยเลยตามเลย หลังจากเรียนเสร็จกลับมาตอนเที่ยง ก็ได้ถูกคนไข้ต่อว่าต่อขานว่าทำไมถึงไม่ยอมปลุก หลังจากปรับความเข้าใจกันด้วยหมัดและติงกันไปพักใหญ่ สรุปได้ว่าเจ้าตัวไม่สามารถจำได้ว่าตนเองได้กระทำความชั่วใดลงไปบ้าง
นอกนั้นก็รวมไปถึงการลุกขึ้นมาตบนาฬิกาปลุกแล้วนอนต่อ โดยตนเองไม่สามารถละลึกได้ว่าตนเองเป็นผู้ตบ

3. เทพลงทรง : ภาวะอาการณ์ของขั้นนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นระบบที่มีความซับซ้อน และ แอดว้านซ์ขึ้นจากขั้นผีเข้า เหมือนมันเพิ่งไปได้มาตรฐาน ISO 9002 มา (อะไรที่ดูมีมาตรต้องจับใส่ ISO) ด้วยความฉลาดในระดับเดียวกับภาวะปรกติ แม้จะศูนย์เสียความบาล้านซ์ในการทรงตัว และติดความเชื่องช้าในระบบการวิเคราผลอยู่บ้าง แต่ความซับซ้อนของการแก้ปัญหาโดยเฉพาะการกำจัดอุปสรรคในการนอน จะยิ่งทำให้เห็นได้ชัดถึงประสิทธิภาพของระบบ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิการะบบไหนต้องไขแล้วกด หรือเป็นกดธรรมดาจะหยุด แล้วซักพักก็จะร้องใหม่ ต้องกดปุ่มค้างซักพัก หรือทำอะไรซักอย่าง แล้วถึงจะหยุดจริง และไม่ว่าจะตั้งให้พ้นมือหรือซ่อนไว้ตรงไหนก็ตาม ตราบใดที่ยังได้ยินเสียงเพียงคุณติดตั้งระบบ OS ของเราลงไปสิ่งเหล่านั้นจะไม่เป็นอุปสรรคในการนอนของคุณทันทีระบบของเราจะตามไปจัดการสิ่งเหล่านั้น เพื่อให้ลูกค้าของเรานอนสบายไร้กังวล ถ้าคุณสั่งซื้อภายในสิบนาทีนี้เราจะแถมระบบขานรับอัตโนมัติเพื่อส่อต้านการรบกวนจากบิดามารดร ให้คุณฟรีทันที สามารถบันทึกเสียงได้ หลายสิบวินาที ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถสร้างสรรค์ประโยคตอบรับใหม่ๆได้อีกตั้งหาก ตื่นแล้วคร้าบแม่ โธ่พ่อขออีก 10 นาที อย่าปลุกน่าคนจะนอน ถ้าคุณสั่งภายในชาตินี้เราบริการจัดส่งฟรี ไม่เพียงเท่านั้นสำสาวสวยทั่งประเทศผมยินดีไปส่งให้ด้วยตัวเอง โอ้ มันเยี่ยมมาก เลย WAIN ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แหมมันแน่นอนซาร่า
แต่มีระบบจะมีข้อเสียสำคัญตรงที่บางครั้งหลังเวลาตื่นคุณจะสามารถจำพฤติกรรมของตัวเองได้ชัดเจน ทำให้ไม่สามารถโบยความผิดให้คนอื่นได้ ต้องอยู่กับความสำนึกผิด บางคนถึงขั้นแขวนคอตัวเองกับท้ายรถสิบล้อ มาแล้ว


4. โดนยาสั่ง : โดยอาการแล้ว เจ้าตัวตื่นพร้อมและมีสติครบถ้วน พร้อมจิตสำนึกที่กำลังร่ำร้องว่า ลุกได้แล้วว้อย! แต่ช่างหน้าสงสารด้วยอาการณ์ที่เหมือนโดนยาสั่ง ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะยันตัวเองลุกขึ้นมาจากเตียงได้ อย่างไม่ทราบสาเหตุพร้อมหนังตาที่แสนหนังอึ้ง แขนขาสั่นระริกกล้ามเนื้อที่แสนอ่อนล้าเริ่มโอดครวญ สิ่งเดียวที่ดึงให้เค้ายังไม่หมดสติไปมีเพียง จิตสำนึกในหน้าที่และสิ่งที่ต้องกระทำเพื่อสันติสุข เพื่อโลก เพื่อความรัก ความยุติธรรมและเพื่อเธออันเป็นที่รัก แต่แม้จิตใจเค้าจะเข็งแกร่งเยี่ยงใดแต่ด้วยสภาพร่างกายของชายชาตรีผู้นี้นับเป็นการยากเย็นเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะทานทนได้ ด้วยคำสาปโบราณ แลเวทย์มนต์อันล้ำลึก สติของเค้าค่อยๆรินไหลออกไปพร้อมกับน้ำตา แห่งความเจ็บใจของลูกผู้ชายที่ไม่สามารถ สานต่ออุตมการณ์และหน้าที่ได้อีกต่อไป ฉับพลันนั้นโลกก็ค่อยๆกลืนหายไปในความมืด
I_WAIN เฮ้ย! พี่วิกเตอร์เที่ยงแล้วตื่นๆๆ
VICTOR อ้าว! ฉิบหายแล้ว เรียนเช้าตูล่ะ

ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าสับสนกับอาการในขั้นต่อไป เพราะมันมีความคล้ายคลึงกันมากจนบางท่านอาจแยกไม่ออก

5. ขี้เกียจ : เป็นขั้นอาการของโรคที่เรียกได้ว่ารักษายากรักษาเย็นที่สุดในทุกอาการ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เตรียมมา ความพยายามทั้งมวลสามารถถูกทำลายให้พินาศสิ้น ได้ด้วยเวทย์มนต์เพียงคำเดียว ขี้เกียจ ว่ะ แล้วทุกสิ่งก็จบกลับคืนไปสู่นิทากาลอีกครั้งทันที กรุณาอย่าพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าตนเองเป็นอาการ แบบขั้นที่แล้ว เพราะจิตสำนึก ความเป็นลูกผู้ชายและสิ่งที่แบกรับ มันต่างกัน ตัวเองยังเหลือพลังพอที่จะลุกรึเปล่า ตนเองรู้ตนเองดีที่สุดอย่าตอแหล แน่ะๆ ยังอีก ตื่นเลยนะเฟ้ย! เจ้าเวร
I_WAIN โธ่ พี่ ขี้เกียจอ่ะ แค่เรียนเช้าช่างมันเหอะ ขาดได้อีกตั้งหลายที
นี่แหละครับตัวอย่างอาการโรคเลยล่ะครับ


สำหรับวันนี้ด้วยเวลาของรายการเราที่หมดลงแต่เพียงแค่นี้ จึงขอยกยอดวิธีรักษาไปคุยกันต่อคราวหน้า ใครไม่แน่ใจอาการตัวเองโพสพอกไว้เดียววิเคราะห์ให้
ไม่ได้บรรเลงกันซะนานถ้ายาวไปอ่านเมื่อยตาก็ขออำภัยด้วยครับ
อ้อของวันนี้ ช่วยกันเขียนทั้งสองคนท่อนไหนใครเขียนเดาเอง

2006/Mar/10

เดินผ่านบันไดหินลงมาในความมืดมิด ที่ดูหนักหน่วงอย่างน่าประหลาด เปิดผ่านประตูไม้โอ๊กอันเก่าแก่ กวาดสายตาไปทั่วห้อง ก่อนที่จะทันสังเกตุเห็น โต๊ะปรากฏอย่างเลือนราง ท่ามกลางแสงเทียน มีบุรุษรูปงามผู้หนึ่งนั่งอยู่แน่ นอนครับ ว่าผู้นั้นต้องเป็น ผม Victor สุดหล่อ
อ้วก! พูดมาได้ไม่อายคนอ่าน
อย่ามาขัดพี่สิวะ ไอ้คุณเวร
ตอนผมพิมพ์พี่ก็ขัด
เอาเหอะทีใครทีมัน
เอาล่ะครับ สำหรับวันนี้ ดูการเกริ่นหยั่งกับลงปราสาทแดกคูร่า ก็น่าจะรู้แล้วว่า เราจะมาพูดถึงเรื่องผีกัน
2 เรื่องที่ผมจะเล่าวันนี้ ผมขอยืนยัน ในความน่ากลัว และที่สำคัญ มันเป็นเรื่องจริง ที่ผมประสบมาพร้อมๆกับ P แห่ง 609 studio (ถ้าไม่เชื่อ ส่งเมล์ไปถามมันเอง)

เหตุการณ์เกิดขึ้น ณ หอพักมหาลัยที่ผมพัก ผมจึงขอสงวนชื่อมหาลัยไว้เพื่อชื่อเสียงของมหาลัย


เรื่องแรก ผมให้ชื่อว่า ศาลาเฮี้ยน

ภายใต้อากาศอันหนาวเหน็บ ของหน้าหนาว ความมืดมิดช่วงตี5 ที่ทุกคนหลับใหล แต่ละห้องไร้ซึ่งแสงไฟ ยังมีอยู่เพียงห้องเดียวที่ในห้องยังคงสว่างไสว เนื่องจากผม และP ยังไม่เสร็จงานที่ต้องส่งในตอน 10 โมง ภายใต้ภาวะการณ์ที่ ยังไม่ได้นอนมา 30 ชั่วโมงด้วยความเบลอและความหิวยังดีที่หอเปิดตอนตี 5 พวกเราจึงตัดสินใจไปฝากท้องกับเซเว่น เช่นเคย
หมอกบางๆปกคลุมไปทั่ว ท้องฟ้ายังคงมืดอยู่มีเพียงแสงจาก เสาไฟเป็นระยะ ถึงแม้จะไม่มีรถผ่านไปมาแม้เพียงคันเดียวก็ตามพวกเราเดินเลาะริมถนนไปเรื่อยๆตามความเคยชิน หลังจากเดินมาได้ซักพัก เบื้องหน้า ที่ระยะประมาณ 10 เมตร ก็ปรากฏ ศาลาคนเดินหลังนึง ตอนกลางวันเดินผ่านเละนั่งเล่นกันเป็นปรกติแต่ในยามค่ำคืนมันกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศแปลกประหลาดอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนที่จะก้าวต่อไป P ก็ทักขึ้นมา เฮ้ย วิก ในศาลามีคน หลังจากเพ่งตามอง มีเงาคนนั่งอยู่จริงๆแต่ไม่รู้จะเรียกว่าคนดีรึเปล่า ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่โตอย่างไม่น่าเชื่อ ความสูงเท่ากับคนปรกติ แต่ ลำตัวและส่วนหัวหนา กว่า เกือบเท่าตัว ด้วยความกล้าของลูกผู้ชาย พวกเราจึงตัดสินใจเดินต่อไปอย่างไม่กลัวเกรง พร้อมคิดในใจว่ามันอาจจะ เป็นเพียงถุงขยะหรือของอะไรวางไว้ แต่เพียง 4 ก้าวพวกเราก็ต้องชะงัก เงาดำนั้นเริ่มมีการขยับ พร้อมกับการที่เราอยากจะวิ่งกันอย่างเต็มที่ หัวที่ใหญ่กว่าปรกตินั้นก็กลายเป็น 2 หัว พร้อมเสียงหัวเราะ แหลมๆของผู้หญิง แต่ในฐานะชายชาตรี พวกเราตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ขึ้น และใกล้ขึ้น ในระยะที่เหลือเพียง 3 เมตร พวกเราจึงเข้าใจว่าสิ่งที่พวกเราเห็นคืออะไร


ชายหญิงคู่หนึ่ง กำลังกอดกันกลมและจูบกันอย่าง ดูดดื่ม พอมองไกลๆ เลยกลายเป็นคนตัวใหญ่ พอถอนปากออกแต่ยังกอดกันอยู่เลยกลายเป็น คน 2 หัว

เวร! เอ๋ย!
ฮือๆ ไอ้พวกไร้ยางอาย ตูเกือบช๊อกตาย เพราะพวกเอ็ง แล้ว

จบเรื่องแรกกันไปแล้ว เป็นไงบ้างครับ สยดสยอง พองขน กันทั่วหน้าสินะ
เอาน่าๆอย่าเพิ่งโกรธ รับรอง เรื่องที่ 2 เด็ดกว่าเรื่องแรกอีก
เริ่มเรื่องที่ 2 นี้มีเพียง P ที่เจอ ในขณะที่เรานอนอยู่ที่หอ



เรื่องที่ สอง ใครซ้อน
มีอยู่วันนึง เนื่องด้วย P มัวแต่สังสรรค์ กับเพื่อนที่โรงเรียนเก่า กว่าจะหารถตู้นั่งกลับมาถึงหอ ก็เป็นเวลา 5 ทุ่มแล้ว แถมที่จอดรถตู้ยังอยู่ห่างจากหอมาก เรียกได้ว่าจุดลงรถตู้ กับหอพักนั้น อยู่กันคนละด้านกับมหาลัยเลยทีเดียว เส้นทางที่ใกล้ที่สุดถนน ตัดผ่านส่วนทุ่งโล่ง ที่เต็มไปด้วยหนองบึง เป็นส่วนที่เค้าเตรียมไว้สร้างตึกทีหลัง มีไฟถนนอยู่บ้าง แต่ก็น้อยเต็มที ที่มีบางส่วนแสงก็หรี่ จะดับแล้มิดับแหล่
แต่ด้วยความจำเป็นที่พรุ่งนี้มีเรียนเช้า P จำเป็นต้องเดินผ่านบริเวณเหล่านั้นด้วยอารมณ์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เสียงย่างเท้าดังหายไปในความมืด เรื่องเล่าจำนวนมากของพื้นที่นี้ วนเวียนผ่านหัวตลอดเวลา น่าแปลกที่คืนนี้เสียงแมลงในท้องทุ่งเงียบกริบ เหมือนรอคอยสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงหัวใจของตัวเอง ได้มีเสียงจักรยานแว่วมาจากแยกทางขวามือ พร้อมทั้งเห็นผู้ชายถีบจักรยานพร้อมคนซ้อน ฝ่าความมืดมา ด้วยความสบายใจที่พบว่าไม่ได้มีเพียงตนเองคนเดียวในทุ่งมืดนี้
ทันใดนั้นก็ต้อง สะอึก ขนทั้งตัวลุกเกรียว เมื่อเห็นว่า คนที่ซ้อนจักรยานนั้นไม่มีหัว ด้วยท่าทางสบายใจที่เหมือนไม่รู้ตัวเลยซักนิดชายคนนั้นถีบจักรยานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับอาการมือไม้อ่อน P ก็เริ่มสังเกตว่าที่ซ้อนอยู่นั้นน่าจะเป็นผู้หญิง แต่ก็ยังมองไม่เห็นหัวไม่ว่าจะมองยังไง จนเริ่มเข้ามาในรัศมีแสงไฟที่ P ยืนอยู่ สิ่งที่เห็นทำให้ยิ่งช๊อคกว่าเดิมเมื่อเห็นว่า ที่จริงหญิงที่ซ้อนนั้น


ซบหน้าลงกับหลังของผู้ชายคนถีบจักรยาน และด้วยผมสีดำยาวทำให้กลืนไปกับฉากหลัง เลยดูเหมือนไม่มีหัว


ว้อย! อ้ายพวกไม่รู้จักวัฒนธรรมไทย มาทำตัวไร้ยางอายอีกแล้ว
ตูเกือบเยี่ยวแตกเลย

เอาล่ะครับ จบแล้ว 2 เรื่อง ตามสัญญาเป็นไงน่ากลัวล่ะสิ ฮ่าๆ
ขอยืนยันอีกครั้งว่าเป็นประสบการณ์จริง
Base on true story.
กระแดะพูดอังกฤษซะเลย
ขอขอบคุณความเอื่อเพื้อจาก P 609 studio


ข้างล่างเป็นบล็อกของ P 609 studio
http://peach69.exteen.com/

2006/Mar/10

เอาล่ะครับ วันนี้ผม I_WAIN จะมีสาระบ้างซักวัน

แย่งหน้าที่พี่ Victor เค้า ให้รู้ว่าผมไม่ได้มีดีแค่ตลก

เกี่ยวกับการสะกดจิต



ทฤษฎีการ สะกดจิต : วิชาสะกดจิต ( Hypnotism ) ศาสตร์และศิลป์ ในการควบคุมความคิด และการกระทำ
วิชาสะกดจิต ไม่ใช่งานอดิเรกที่จะทำเพื่อความสนุกสนาน หรือลดหย่อนผ่อนคลายอารมณ์แต่ประการใด เพราะว่าบุคคลที่ได้รับความสำเร็จในอาชีพ มีฐานะแห่งชีวิตสูงสุดหลายท่านในปัจจุบัน ตระหนักในคุณค่าของวิชาสะกดจิตนี้เป็นอย่างดี และได้พยายามเสาะแสวงหาประโยชน์ในวิชานี้โดยลำดับ
สำหรับนักวิทยาศาสตร์ ได้พิจารณาเห็นว่า วิชาสะกดจิตเป็นอำนาจในทางธรรมชาติประการหนึ่ง เพราะเป็นเวลานานมาแล้ว ที่วิชานี้ตกอยู่ในลักษณะที่คงสภาพ ทั้งในในด้านที่มีส่วนจัดสรรสวัสดิภาพ และความเจริญก้าวหน้าในอนาคต คำจำกัดความ การสะกดจิต ( Hypnotism ) เป็นศาสตร์เเละศิลปที่ใช้ควบคุมความคิดและการกระทำต่าง ๆ ของบุคคลอื่นทางใจ การศึกษาเกี่ยวกับการสะกดจิต รวมความรู้เกี่ยวกับวิธีการต่าง ๆ ที่จะแก้ไขเพื่อความเจริญก้าวหน้าของอำนาจทางจิตเป็นส่วนตัว ตลอดจนนำความเป็นไปในทางใจของบุคคลอื่น ๆ ด้วย




เมื่อทำความเข้าใจกันดีแล้วเราจะเริ่มขั้นตอนต่อไป

วิธีสะกดจิตแบบง่ายๆให้ปฎิบัติดังนี้

หายใจเข้าลึกๆ เปิดปากออกแล้วเปร่งเสียงให้ดังก้องกังวาลว่า


.......

.........

................


จอจาน สละอิ ตอเต่า

จิต!!!


ทีนี้ทุกท่านก็สะกด "จิต" กันเป็นแล้ว ยินดีด้วย

ผมไม่มีดีแค่ตลก แต่ยังมีตลกกว่า 5555

(ไปโง่ที่ประมูลมา เลยเอามาหลอกแถวนี้บ้าง)


edit @ 2006/03/10 10:35:06



VICTOR & I_WAIN
View full profile